“หลุมสิว” เป็นปัญหาผิวที่มักหลงเหลือหลังสิวอักเสบหายแล้ว แม้จะใช้รองพื้นหรือเครื่องสำอางปกปิด รอยบุ๋มและความไม่เรียบของผิวก็ยังมองเห็นได้ โดยเฉพาะเมื่อมีแสงตกกระทบจากด้านข้าง
สิ่งสำคัญคือ รอยสิวไม่ได้หมายถึงหลุมสิวทั้งหมด รอยแดงหรือรอยดำที่ผิวเรียบเสมอกัน เป็นการเปลี่ยนแปลงของสีผิวหลังการอักเสบ ไม่ใช่แผลเป็นชนิดหลุม ส่วนหลุมสิวเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างผิว จึงมีแนวทางรักษาที่แตกต่างกัน

ภาพตัวอย่างหลุมสิวชนิดแผลเป็นยุบตัวบนใบหน้า
หลุมสิวคืออะไร?
หลุมสิว หรือ Atrophic Acne Scar คือแผลเป็นที่มีลักษณะยุบต่ำกว่าผิวบริเวณข้างเคียง เกิดจากการอักเสบของสิวที่ลงลึกถึงชั้นหนังแท้ จนคอลลาเจนและโครงสร้างพยุงผิวบางส่วนถูกทำลาย
ระหว่างกระบวนการซ่อมแซมแผล หากร่างกายสร้างคอลลาเจนและเนื้อเยื่อกลับมาไม่เพียงพอ ผิวบริเวณนั้นจะยุบลงจนกลายเป็นหลุมสิว ในบางตำแหน่งอาจมีเส้นใยพังผืดยึดผิวไว้กับเนื้อเยื่อชั้นล่าง ทำให้เห็นเป็นแอ่งหรือคลื่นบนผิวอย่างชัดเจน
นอกจากแผลเป็นแบบหลุมแล้ว สิวยังอาจทำให้เกิดแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ได้ โดยเฉพาะบริเวณกราม หน้าอก ไหล่ และแผ่นหลัง แต่บทความนี้จะเน้นแผลเป็นชนิดหลุมที่พบบ่อยบนใบหน้า
รอยสิว รอยดำ และหลุมสิวต่างกันอย่างไร?
หลายคนเรียกรอยหลังสิวทุกชนิดรวมกันว่า “รอยสิว” แต่ในทางการแพทย์ควรแยกออกจากกัน เพราะวิธีดูแลและรักษาไม่เหมือนกัน
- รอยแดงหลังสิว ผิวมีสีชมพูหรือแดง แต่ระดับผิวยังคงเรียบ
- รอยดำหลังสิว ผิวมีสีน้ำตาล เทา หรือน้ำตาลเข้ม โดยเฉพาะในผู้ที่มีผิวโทนกลางถึงเข้ม
- หลุมสิว ผิวมีรอยบุ๋ม ร่องลึก หรือพื้นผิวขรุขระ
- แผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ รอยแผลนูนสูงกว่าระดับผิวปกติ
รอยแดงและรอยดำอาจค่อย ๆ จางลงได้ตามเวลา แต่หลุมสิวเป็นการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างผิว จึงมักต้องอาศัยหัตถการทางการแพทย์เพื่อช่วยกระตุ้นคอลลาเจน คลายพังผืด หรือปรับขอบหลุมให้กลมกลืนขึ้น
หลุมสิวเกิดจากอะไร?
หลุมสิวสัมพันธ์กับความรุนแรงและระยะเวลาของการอักเสบ การตอบสนองต่อการสมานแผลของแต่ละคน พันธุกรรม รวมถึงพฤติกรรมบีบ แกะ หรือกดสิว
เมื่อเกิดสิวอักเสบ ร่างกายจะส่งเซลล์ภูมิคุ้มกันเข้ามาควบคุมการอักเสบ กระบวนการนี้อาจทำลายคอลลาเจนและเนื้อเยื่อโดยรอบ หากการอักเสบรุนแรงหรือเป็นต่อเนื่องนาน การสร้างคอลลาเจนใหม่อาจไม่ทันต่อส่วนที่สูญเสียไป จึงเกิดเป็นแผลเป็นยุบตัว
ในอดีตมักเรียกเชื้อที่เกี่ยวข้องกับสิวว่า Propionibacterium acnes หรือ P. acnes แต่ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น Cutibacterium acnes หรือ C. acnes
อย่างไรก็ตาม สิวไม่ได้เกิดจากเชื้อแบคทีเรียเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่
- การผลิตน้ำมันมากเกินไป
- การอุดตันของรูขุมขน
- การเปลี่ยนแปลงของสมดุลจุลชีพบนผิว
- การอักเสบและการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน
- ฮอร์โมนและพันธุกรรม
- ผลิตภัณฑ์หรือพฤติกรรมที่ทำให้ผิวระคายเคือง
สิวชนิดไหนมีโอกาสทิ้งหลุมสิวมาก?
สิวที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดหลุมสิวมากที่สุด คือสิวอักเสบที่ลงลึกหรือเป็นต่อเนื่อง เช่น
- สิวอักเสบก้อนลึกหรือสิวหัวช้าง
- สิวซีสต์ที่บวม เจ็บ และมีการอักเสบอยู่ใต้ผิว
- สิวหัวหนองจำนวนมากหรือเกิดซ้ำบริเวณเดิม
- สิวที่ถูกบีบ แกะ กด หรือใช้ของแหลมเจาะเอง
- สิวที่ไม่ได้รับการรักษาและอักเสบต่อเนื่องเป็นเวลานาน

สิวอักเสบที่เป็นก้อนลึกหรือเป็นต่อเนื่องมีโอกาสทิ้งหลุมสิวมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าสิวอักเสบทุกเม็ดจะกลายเป็นหลุมสิว ผู้ที่มีสิวไม่รุนแรงบางคนก็อาจเกิดแผลเป็นได้ หากมีแนวโน้มเกิดแผลเป็นง่ายหรือมีพฤติกรรมแกะสิวเป็นประจำ
หลุมสิวมีกี่ประเภท?
หลุมสิวแบบยุบตัวแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ Ice Pick, Boxcar และ Rolling Scar โดยคนหนึ่งคนอาจมีหลุมมากกว่าหนึ่งชนิดอยู่บนใบหน้าเดียวกัน
การแยกชนิดของหลุมสิวจึงสำคัญ เพราะไม่มีหัตถการชนิดใดเหมาะกับหลุมสิวทุกแบบ
1. หลุมสิวแบบจิกลึก หรือ Ice Pick Scar
Ice Pick Scar มีลักษณะเป็นหลุมปากแคบ ขอบค่อนข้างชัด และลึกลงไปในผิว คล้ายรอยที่เกิดจากปลายเข็มหรือของแหลม
หลุมชนิดนี้มักตอบสนองต่อการกรอผิวหรือการกระตุ้นคอลลาเจนทั่วใบหน้าได้จำกัด เพราะก้นหลุมอยู่ลึก วิธีที่แพทย์อาจพิจารณา ได้แก่
- TCA CROSS
- Punch Excision
- Fractional Laser หรือการกระตุ้นคอลลาเจนร่วมภายหลัง
TCA CROSS ไม่เหมือนกับการทำ TCA Peel ทั่วใบหน้า เพราะเป็นการแต้มกรดความเข้มข้นสูงเฉพาะภายในหลุมสิว ต้องควบคุมตำแหน่งและปริมาณอย่างแม่นยำ จึงไม่ควรซื้อกรดมาแต้มหลุมสิวด้วยตัวเอง
2. หลุมสิวแบบกล่อง หรือ Boxcar Scar
Boxcar Scar มีลักษณะเป็นหลุมกลมหรือรูปไข่ ขอบค่อนข้างตั้งและชัด คล้ายแอ่งที่ถูกตัดลงไปในผิว โดยมีทั้งแบบตื้นและแบบลึก
วิธีรักษาขึ้นอยู่กับความลึกและความชัดของขอบหลุม เช่น
- Microneedling
- RF Microneedling
- Fractional Laser
- TCA CROSS ในบางตำแหน่ง
- Punch Elevation หรือ Punch Excision สำหรับหลุมลึกและขอบชัด
หลุม Boxcar แบบตื้นมักตอบสนองต่อการกระตุ้นคอลลาเจนและการปรับพื้นผิวได้ดีกว่าแบบลึก ส่วนหลุมที่ลึกและมีขอบตั้งมากอาจต้องแก้โครงสร้างของหลุมก่อนทำการ resurfacing
3. หลุมสิวแบบแอ่งคลื่น หรือ Rolling Scar
Rolling Scar มีลักษณะเป็นแอ่งกว้าง ขอบลาดและไม่ชัด ทำให้ผิวดูเป็นคลื่น สาเหตุสำคัญมักมาจากพังผืดใต้ผิวที่ดึงรั้งผิวหนังลงไป
หากลองใช้นิ้วดึงผิวออกด้านข้างแล้วหลุมดูตื้นขึ้น อาจบ่งบอกว่ามีพังผืดดึงรั้งอยู่ วิธีที่มักนำมาพิจารณาคือ Subcision ตัดพังผืดหลุมสิว เพื่อคลายเส้นใยพังผืดใต้ผิว
หลังคลายพังผืด แพทย์อาจพิจารณาทำ Microneedling, RF Microneedling, Fractional Laser หรือใช้สารเติมเต็มร่วมตามความเหมาะสม

หลุมสิวแต่ละชนิดมีโครงสร้างและแนวทางรักษาแตกต่างกัน
การรักษาหลุมสิวในปัจจุบัน
ปัจจุบันไม่มีวิธีรักษาเพียงวิธีเดียวที่เหมาะกับหลุมสิวทุกประเภท แพทย์ต้องประเมินชนิด ความลึก พังผืด สีผิว ระยะพักฟื้นที่ยอมรับได้ และความเสี่ยงต่อรอยดำหลังการอักเสบก่อนวางแผนรักษา
รักษาสิวที่ยังอักเสบก่อน
หากยังมีสิวอักเสบเกิดขึ้นต่อเนื่อง ควรควบคุมสิวก่อนหรือรักษาควบคู่กัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดหลุมใหม่
แนวทางรักษาสิวอาจประกอบด้วยยาทา เช่น retinoid, benzoyl peroxide หรือ azelaic acid รวมถึงยารับประทานในผู้ที่มีสิวระดับปานกลางถึงรุนแรง
สำหรับสิวรุนแรง สิวที่กำลังทำให้เกิดแผลเป็น หรือสิวที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษามาตรฐาน แพทย์อาจพิจารณายา isotretinoin ตามข้อบ่งชี้ พร้อมติดตามอาการและผลตรวจอย่างเหมาะสม
Microneedling
Microneedling ใช้เข็มขนาดเล็กสร้างช่องขนาดจิ๋วในผิว เพื่อกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมและสร้างคอลลาเจนใหม่
วิธีนี้มักเหมาะกับหลุมสิวตื้นถึงปานกลาง โดยเฉพาะ Rolling Scar และ Boxcar บางชนิด ผลลัพธ์จะค่อย ๆ เกิดขึ้นตามกระบวนการสร้างคอลลาเจน จึงมักต้องทำหลายครั้งและเว้นระยะให้ผิวฟื้นตัว
ไม่แนะนำให้ใช้เครื่อง Microneedling ที่บ้านลงลึกเพื่อรักษาหลุมสิว เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ รอยดำ และแผลเป็น
Subcision ตัดพังผืดหลุมสิว
Subcision เป็นการใช้เข็มหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์คลายเส้นใยพังผืดที่ยึดผิวไว้กับเนื้อเยื่อด้านล่าง เหมาะกับ Rolling Scar และ Boxcar บางตำแหน่งที่มีพังผืดดึงรั้ง
หลังคลายพังผืด แพทย์อาจพิจารณาใช้วิธีกระตุ้นคอลลาเจนหรือสารเติมเต็มร่วม เพื่อช่วยพยุงบริเวณที่ยุบตัวและลดโอกาสที่พังผืดจะยึดติดกลับ
หลังทำอาจมีอาการบวม ช้ำ หรือก้อนเลือดใต้ผิวชั่วคราว ระยะพักฟื้นขึ้นอยู่กับบริเวณและความรุนแรงของพังผืด

Subcision เหมาะกับหลุมสิวที่มีพังผืดดึงรั้งใต้ผิว
RF Microneedling
RF Microneedling ใช้เข็มขนาดเล็กส่งพลังงานคลื่นวิทยุลงสู่ผิวตามระดับความลึกที่กำหนด เพื่อสร้างความร้อนแบบควบคุมและกระตุ้นการปรับโครงสร้างคอลลาเจน
แม้หลายคนจะเรียกรวมว่า “เลเซอร์หลุมสิว” แต่ RF Microneedling ไม่ใช่เลเซอร์ เพราะไม่ได้ใช้ลำแสง แต่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุผ่านอิเล็กโทรดขนาดเล็ก
ค่าพลังงาน ความลึกของเข็ม จำนวนครั้งที่ยิง และบริเวณที่รักษาต้องปรับให้เหมาะกับแต่ละคน เพราะการใช้พลังงานหรือความลึกไม่เหมาะสมอาจทำให้เกิดแผลไหม้ รอยดำ แผลเป็น หรือการเปลี่ยนแปลงของชั้นไขมันใต้ผิวได้
จึงควรรับบริการจากสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน และทำโดยผู้ให้บริการทางการแพทย์ที่มีความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างใบหน้าและการใช้เครื่องมือ
Fractional Laser
Fractional Laser สร้างจุดพลังงานขนาดเล็กลงในผิว เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและช่วยปรับพื้นผิว
วิธีนี้อาจเหมาะกับ Boxcar แบบตื้นและ Rolling Scar บางชนิด โดยเฉพาะหลังจากแก้พังผืดแล้ว อย่างไรก็ตาม เลเซอร์แต่ละชนิดมีความลึก ระยะพักฟื้น และความเสี่ยงต่อรอยดำแตกต่างกัน
สำหรับผู้ที่มีผิวเอเชียหรือเกิดรอยดำง่าย แพทย์ควรประเมินชนิดเลเซอร์ ค่าพลังงาน และการดูแลก่อน–หลังอย่างระมัดระวัง
TCA CROSS
TCA CROSS เหมาะกับ Ice Pick Scar และ Boxcar ขนาดเล็กบางชนิด เป็นการแต้มกรดลงเฉพาะภายในหลุม เพื่อกระตุ้นให้เกิดกระบวนการซ่อมแซมและสร้างคอลลาเจนใหม่
หลังทำอาจเกิดสะเก็ด รอยแดง หรือรอยดำชั่วคราว โดยเฉพาะในผู้ที่มีสีผิวเข้มหรือได้รับแสงแดดหลังทำ
ไม่ควรซื้อกรด TCA มาแต้มเอง เพราะหากใช้ความเข้มข้นไม่เหมาะสมหรือกรดไหลออกนอกหลุม อาจทำให้ผิวไหม้ หลุมกว้างขึ้น หรือเกิดแผลเป็นเพิ่มเติมได้
Punch Excision และ Punch Elevation
Punch Excision และ Punch Elevation เป็นเทคนิคผ่าตัดขนาดเล็กที่ใช้รักษาหลุมเฉพาะจุด
- Punch Excision เหมาะกับ Ice Pick หรือ Boxcar ขนาดเล็กและลึก โดยตัดหลุมเดิมออกแล้วเย็บหรือปล่อยให้แผลสมาน
- Punch Elevation เหมาะกับ Boxcar ที่มีขอบชัด โดยยกฐานของหลุมขึ้นมาให้อยู่ใกล้ระดับผิวปกติ
หลังแผลหาย แพทย์อาจพิจารณาทำ Fractional Laser หรือวิธีปรับพื้นผิวเพิ่มเติม เพื่อให้รอยต่อดูกลมกลืนขึ้น
ทำไมรักษาหลุมสิวจึงมักต้องใช้หลายวิธี?
ผู้ที่มีหลุมสิวมักไม่ได้มีหลุมเพียงชนิดเดียว เช่น บริเวณแก้มอาจมี Rolling Scar ที่มีพังผืด ร่วมกับ Boxcar และ Ice Pick กระจายอยู่ในพื้นที่เดียวกัน
หากใช้เลเซอร์หรือ Microneedling เพียงอย่างเดียว พังผืดใต้ Rolling Scar อาจยังคงดึงผิวไว้ ขณะเดียวกัน Subcision ก็ไม่สามารถแก้ Ice Pick ที่มีปากแคบและลึกได้ทั้งหมด
แผนการรักษาจึงอาจแบ่งเป็นขั้นตอน เช่น
- ควบคุมสิวที่ยังอักเสบ
- คลายพังผืดด้วย Subcision
- รักษาหลุมลึกเฉพาะจุดด้วย TCA CROSS หรือ Punch Technique
- ปรับพื้นผิวด้วย Microneedling, RF Microneedling หรือ Fractional Laser
- ดูแลรอยแดง รอยดำ และป้องกันการเกิดสิวใหม่
การรักษาแบบผสมตามลักษณะของหลุม มักเหมาะสมกว่าการเลือกเครื่องมือเพียงชนิดเดียวมาใช้กับหลุมสิวทั้งหมด
ก่อนรักษาหลุมสิวควรเตรียมตัวอย่างไร?
- แจ้งแพทย์เกี่ยวกับโรคประจำตัว ยาที่ใช้ และประวัติแพ้ยา
- แจ้งหากมีประวัติเกิดคีลอยด์หรือแผลเป็นนูนง่าย
- แจ้งหากรับประทานยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด
- หลีกเลี่ยงการบีบ แกะ หรือกดสิวก่อนเข้ารับการรักษา
- หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดและภาวะผิวไหม้แดด
- งดกรดผลัดเซลล์ผิวและ retinoid ตามระยะเวลาที่แพทย์แนะนำ
- เลื่อนการรักษาหากมีแผลติดเชื้อ เริม หรือผื่นอักเสบบริเวณที่จะทำ
- ควบคุมสิวอักเสบให้สงบก่อนทำหัตถการที่สร้างแผลในผิว
ไม่ควรหยุดยาที่แพทย์ประจำตัวสั่งด้วยตนเอง หากมียาที่ใช้อยู่ควรแจ้งแพทย์ผู้รักษาเพื่อประเมินเป็นรายกรณี
ดูแลผิวหลังรักษาหลุมสิวอย่างไร?
วิธีดูแลหลังทำจะแตกต่างกันตามหัตถการ แต่โดยทั่วไปควรปฏิบัติดังนี้
- ทำความสะอาดผิวอย่างอ่อนโยน ไม่ถูหรือขัดผิว
- ใช้มอยส์เจอไรเซอร์ตามคำแนะนำ เพื่อลดความแห้งและระคายเคือง
- ทาครีมกันแดดเป็นประจำเมื่อผิวพร้อม
- หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดและความร้อนสูง
- งด AHA, BHA, retinoid สครับ และผลิตภัณฑ์ที่ระคายเคืองจนกว่าผิวจะฟื้นตัว
- ไม่แกะสะเก็ด ไม่บีบสิว และไม่เกาผิว
- งดว่ายน้ำ ซาวน่า และกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมากในช่วงแรก
- ปฏิบัติตามคำแนะนำเฉพาะหลังทำของแพทย์
ควรติดต่อคลินิกหากมีอาการปวดหรือบวมมากขึ้น มีหนอง ผิวพุพอง เลือดออกผิดปกติ หรือสีผิวเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
ระยะเวลาที่สามารถแต่งหน้าได้ไม่เท่ากันทุกหัตถการ Microneedling บางระดับอาจแต่งหน้าได้ในวันถัดไป ขณะที่ TCA CROSS หรือ Fractional Laser อาจต้องรอจนผิวปิดและสะเก็ดเริ่มหลุดตามธรรมชาติ
เทคนิคป้องกันไม่ให้เกิดหลุมสิวใหม่
หลุมสิวไม่สามารถป้องกันได้ทุกกรณี แต่สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการรักษาสิวอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะแรก
- ไม่ปล่อยให้สิวอักเสบเรื้อรัง
- ไม่บีบ แกะ หรือใช้เข็มเจาะสิวเอง
- ใช้ยารักษาสิวอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำ
- เลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่อุดตันรูขุมขน
- ทำความสะอาดใบหน้าอย่างอ่อนโยน
- หลีกเลี่ยงการสครับหรือผลัดเซลล์ผิวบ่อยเกินไป
- พบแพทย์เมื่อสิวเริ่มเป็นก้อนลึก เจ็บ หรือเริ่มเกิดแผลเป็น
- ทาครีมกันแดดเพื่อลดโอกาสที่รอยแดงและรอยดำจะเข้มขึ้น
การรักษาสิวอย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่เนิ่น ๆ เป็นวิธีสำคัญที่สุดในการลดโอกาสเกิดหลุมสิวใหม่
สรุป
หลุมสิวไม่ได้มีลักษณะเหมือนกันทั้งหมด และไม่มีเครื่องมือหรือหัตถการชนิดเดียวที่เหมาะกับทุกคน
Ice Pick Scar อาจเหมาะกับ TCA CROSS หรือ Punch Technique ส่วน Rolling Scar ที่มีพังผืดมักต้องพิจารณา Subcision ขณะที่ Boxcar และความไม่เรียบของผิวอาจตอบสนองต่อ Microneedling, RF Microneedling หรือ Fractional Laser ตามระดับความลึก
เป้าหมายของการรักษาคือช่วยให้หลุมดูตื้นลง ขอบหลุมกลมกลืน และพื้นผิวโดยรวมเรียบขึ้น ไม่ใช่การรับประกันว่าหลุมสิวจะหายเรียบ 100%
การตรวจประเมินชนิดหลุมสิวและวางแผนรักษาเป็นขั้นตอน จะช่วยให้เลือกวิธีรักษาได้เหมาะสม ลดการทำหัตถการที่ไม่จำเป็น และลดความเสี่ยงต่อผลข้างเคียง