โปรแกรม Ultraformer คืออะไร?
โปรแกรม Ultraformer คือโปรแกรมยกกระชับผิวที่ใช้พลังงานอัลตราซาวด์แบบโฟกัส ส่งพลังงานลงไปยังชั้นผิวในระดับความลึกที่แตกต่างกัน เพื่อช่วยกระตุ้นการหดตัวของเนื้อเยื่อ กระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ และช่วยให้ผิวบริเวณที่หย่อนคล้อยดูกระชับขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป
หลายคนรู้จักโปรแกรมนี้ในฐานะหนึ่งในโปรแกรมยกกระชับหน้าแบบไม่ผ่าตัด เพราะไม่ต้องใช้เข็ม ไม่ต้องเปิดแผล และโดยทั่วไปมี downtime น้อย หลังทำสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ค่อนข้างเร็ว เหมาะกับคนที่เริ่มมีปัญหาแก้มตก กรอบหน้าไม่ชัด เหนียง ผิวหย่อนคล้อย หรือรู้สึกว่าใบหน้าดูไม่เฟิร์มเหมือนเดิม
จุดเด่นของโปรแกรม Ultraformer คือสามารถเลือกใช้พลังงานและระดับความลึกให้เหมาะกับปัญหาผิวแต่ละบริเวณ เช่น ชั้นผิวตื้นสำหรับริ้วรอยเล็ก ๆ หรือ texture ผิว ชั้นผิวระดับกลางสำหรับความกระชับ และชั้นลึกสำหรับการยกกระชับโครงหน้า โดยแพทย์หรือผู้ดูแลจะประเมินตามสภาพผิว ความหนาของชั้นไขมัน ความหย่อนคล้อย และรูปหน้าของแต่ละคน
โปรแกรม Ultraformer ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?
โปรแกรม Ultraformer ถูกใช้ในงานยกกระชับและปรับรูปหน้าโดยไม่ผ่าตัด โดยเหมาะกับหลายปัญหาที่เกี่ยวกับความหย่อนคล้อยของผิวและความไม่ชัดของกรอบหน้า
1. ช่วยยกกระชับผิวหน้า
เมื่ออายุเพิ่มขึ้น คอลลาเจน อีลาสติน และความแน่นของชั้นผิวจะค่อย ๆ ลดลง ทำให้ผิวดูหย่อน แก้มเริ่มตก และใบหน้าดูไม่สดใสเหมือนเดิม โปรแกรม Ultraformer ช่วยส่งพลังงานลงไปกระตุ้นเนื้อเยื่อใต้ผิว ทำให้ผิวค่อย ๆ ดูกระชับขึ้นจากกระบวนการซ่อมแซมตัวเองของร่างกาย
2. ช่วยปรับกรอบหน้าให้ดูชัดขึ้น
กรอบหน้าที่ไม่ชัดอาจเกิดจากผิวหย่อนคล้อย ไขมันสะสมบริเวณแก้มล่าง หรือเหนียงใต้คาง โปรแกรม Ultraformer สามารถช่วยให้แนวกรามและกรอบหน้าดูชัดขึ้นในคนที่มีความหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง โดยผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดขึ้นหลังทำ
3. ช่วยลดความหย่อนบริเวณแก้มและเหนียง
บริเวณแก้มล่างและใต้คางเป็นจุดที่หลายคนรู้สึกว่าทำให้หน้าดูบวม หน้าดูหนัก หรือถ่ายรูปแล้วกรอบหน้าไม่คม โปรแกรม Ultraformer สามารถใช้ดูแลบริเวณเหล่านี้เพื่อช่วยให้ผิวดูแน่นขึ้น และช่วยให้สัดส่วนใบหน้าดูสมดุลมากขึ้น
4. ช่วยดูแลริ้วรอยบางส่วน
โปรแกรม Ultraformer อาจช่วยให้ริ้วรอยเล็ก ๆ บางบริเวณดูจางลงจากการกระตุ้นคอลลาเจนและทำให้ผิวดูแน่นขึ้น เช่น บริเวณหางตา ใต้ตา หน้าผาก หรือร่องเล็ก ๆ บนผิว ทั้งนี้หากเป็นริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า อาจต้องพิจารณาโปรแกรมอื่นร่วมด้วย เช่น โปรแกรมลดริ้วรอยจากกล้ามเนื้อ หรือโปรแกรมฟื้นฟูคุณภาพผิว
5. ช่วยให้ผิวดูแน่นและเฟิร์มขึ้น
นอกจากการยกกระชับ โปรแกรม Ultraformer ยังช่วยให้ผิวบริเวณที่ทำดูแน่นขึ้นในระยะต่อมา เพราะพลังงานความร้อนที่ส่งลงไปจะกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวค่อย ๆ ดูเฟิร์มขึ้น ไม่ได้เป็นผลลัพธ์แบบตึงทันทีเพียงอย่างเดียว
6. ช่วยดูแลผิวบริเวณลำคอ
ผิวบริเวณคอเป็นอีกจุดที่เห็นความหย่อนคล้อยได้ง่าย โดยเฉพาะคนที่เริ่มมีเส้นคอ ผิวใต้คางหย่อน หรือช่วงคอดูไม่กระชับ โปรแกรม Ultraformer สามารถใช้ร่วมกับบริเวณหน้าและเหนียง เพื่อให้ภาพรวมของกรอบหน้าและลำคอดูต่อเนื่องกันมากขึ้น
โปรแกรม Ultraformer ทำงานอย่างไร?
โปรแกรม Ultraformer ใช้หลักการของพลังงานอัลตราซาวด์แบบโฟกัส ซึ่งเป็นการรวมพลังงานไปยังจุดเป้าหมายใต้ผิว โดยไม่ทำลายผิวด้านบนเหมือนการลอกผิวหรือการทำเลเซอร์บางชนิด
เมื่อพลังงานถูกส่งลงไปยังชั้นผิว จะเกิดความร้อนเฉพาะจุดในระดับที่เหมาะสม ความร้อนนี้ช่วยให้เนื้อเยื่อเกิดการหดตัวทันทีในบางส่วน และกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมผิวตามธรรมชาติ หลังจากนั้นร่างกายจะค่อย ๆ สร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวดูแน่นขึ้น กระชับขึ้น และโครงหน้าดูชัดขึ้นในระยะต่อมา
ผลลัพธ์ของโปรแกรม Ultraformer จึงไม่ได้เกิดจากการดึงผิวแบบผ่าตัด แต่เกิดจากการกระตุ้นให้ชั้นผิวและเนื้อเยื่อใต้ผิวค่อย ๆ ฟื้นตัวและจัดเรียงตัวใหม่ ผลลัพธ์จึงมักค่อย ๆ เห็นชัดขึ้นในช่วง 1–3 เดือนหลังทำ และอาจดีขึ้นต่อเนื่องตามการสร้างคอลลาเจนของแต่ละคน
โปรแกรม Ultraformer ลงลึกถึงชั้นไหน?
จุดสำคัญของโปรแกรม Ultraformer คือการเลือกใช้หัวและระดับความลึกให้เหมาะกับปัญหาผิว เพราะใบหน้าแต่ละบริเวณมีความหนาของผิวและชั้นไขมันไม่เท่ากัน
โดยทั่วไปพลังงานอาจถูกออกแบบให้ลงได้หลายระดับ เช่น
- ชั้นผิวตื้น เพื่อดูแลริ้วรอยเล็ก ๆ หรือความไม่เรียบของผิวบางบริเวณ
- ชั้นผิวระดับกลาง เพื่อช่วยเรื่องความกระชับและความแน่นของผิว
- ชั้นลึก เพื่อดูแลความหย่อนคล้อยของใบหน้า กรอบหน้า แก้มล่าง และเหนียง
ชั้นลึกที่มักพูดถึงในโปรแกรมยกกระชับคือชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเนื้อเยื่อที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างการพยุงผิวหน้า การส่งพลังงานไปยังชั้นนี้อย่างเหมาะสมจะช่วยให้ผิวดูกระชับขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด อย่างไรก็ตาม การเลือกความลึกและจำนวนช็อตควรพิจารณาตามสภาพผิวจริง ไม่ใช่ใช้สูตรเดียวกันทุกคน

โปรแกรม Ultraformer เหมาะกับใคร?
โปรแกรม Ultraformer เหมาะกับคนที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อย แต่ยังไม่ถึงขั้นต้องการผ่าตัด หรือคนที่อยากปรับกรอบหน้าให้ดูกระชับขึ้นโดยไม่ต้องพักฟื้นนาน
เหมาะกับคนที่มีปัญหาเหล่านี้:
- แก้มเริ่มตก
- กรอบหน้าไม่ชัด
- มีเหนียงใต้คาง
- ผิวหน้าเริ่มหย่อนคล้อย
- รู้สึกว่าหน้าดูบวม หรือหน้าดูไม่เฟิร์ม
- หางตาหรือคิ้วเริ่มตกเล็กน้อย
- ผิวบริเวณคอเริ่มหย่อน
- อยากยกกระชับหน้าโดยไม่ผ่าตัด
- อยากทำโปรแกรมที่ downtime น้อย
- ต้องการดูแลผิวก่อนงานสำคัญแบบไม่ต้องพักฟื้นนาน
โดยทั่วไปโปรแกรม Ultraformer จะเหมาะกับคนที่มีความหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง หากผิวหย่อนมาก มีเนื้อส่วนเกินมาก หรือมีปัญหาโครงสร้างใบหน้าที่ซับซ้อน อาจต้องใช้โปรแกรมอื่นร่วมด้วย หรืออาจต้องประเมินทางเลือกอื่นตามความเหมาะสม
ใครอาจยังไม่เหมาะกับโปรแกรม Ultraformer?
แม้โปรแกรม Ultraformer จะเป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัด แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเหมาะทันที ควรให้แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญประเมินก่อน โดยเฉพาะในกลุ่มต่อไปนี้
- มีแผลเปิดหรือการติดเชื้อบริเวณที่จะทำ
- มีสิวอักเสบรุนแรงบริเวณที่ต้องการทำ
- มีผิวอักเสบ แพ้ หรือระคายเคืองมาก
- เพิ่งทำหัตถการบางชนิดในบริเวณเดียวกัน
- มีอุปกรณ์โลหะหรือวัสดุฝังในบริเวณใบหน้าบางตำแหน่ง
- มีโรคประจำตัวบางชนิดที่ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
- ตั้งครรภ์หรืออยู่ระหว่างให้นมบุตร ควรแจ้งคลินิกก่อนทุกครั้ง
- มีความคาดหวังว่าจะเห็นผลเทียบเท่าการผ่าตัดดึงหน้า
สำหรับคนที่มีความหย่อนคล้อยมาก โปรแกรม Ultraformer อาจช่วยให้ผิวดูดีขึ้นได้บางส่วน แต่ไม่สามารถทดแทนการผ่าตัดในเคสที่มีผิวส่วนเกินมากได้ จึงควรประเมินความคาดหวังให้เหมาะสมก่อนทำ
โปรแกรม Ultraformer ทำบริเวณไหนได้บ้าง?
โปรแกรม Ultraformer สามารถออกแบบบริเวณการทำได้ตามปัญหาของแต่ละคน โดยบริเวณที่นิยมทำ ได้แก่
1. ทั่วหน้า
เหมาะกับคนที่ต้องการยกกระชับภาพรวมของใบหน้า เช่น แก้มตก ผิวไม่เฟิร์ม กรอบหน้าไม่ชัด หรืออยากให้ใบหน้าดูเรียวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
2. แก้มล่างและกรอบหน้า
เหมาะกับคนที่มีปัญหาแก้มล่างหย่อน หน้าดูเป็นทรงสี่เหลี่ยม หรือแนวกรามไม่ชัด การเน้นบริเวณนี้ช่วยให้กรอบหน้าดูคมขึ้นและใบหน้าดูเข้ารูปมากขึ้น
3. เหนียงและใต้คาง
เหมาะกับคนที่มีเหนียง ผิวใต้คางหย่อน หรือเวลาถ่ายรูปด้านข้างแล้วคางกับคอดูไม่แยกชัด โปรแกรม Ultraformer อาจช่วยให้บริเวณใต้คางดูกระชับขึ้น
4. รอบดวงตาและหางคิ้ว
ในบางเคสสามารถออกแบบการทำบริเวณรอบดวงตา หางตา หรือหางคิ้ว เพื่อช่วยให้ใบหน้าดูสดใสขึ้น เหมาะกับคนที่มีความหย่อนเล็กน้อยบริเวณรอบตา
5. ลำคอ
เหมาะกับคนที่มีผิวคอหย่อน หรืออยากให้กรอบหน้าและลำคอดูต่อเนื่องกันมากขึ้น การดูแลเฉพาะใบหน้าแต่ไม่ดูแลคอ อาจทำให้ผลลัพธ์โดยรวมดูไม่กลมกลืนในบางคน
ขั้นตอนการทำโปรแกรม Ultraformer
ขั้นตอนโดยทั่วไปของโปรแกรม Ultraformer จะเริ่มจากการประเมินใบหน้าและวางแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละคน ไม่ควรดูแค่จำนวนช็อตเพียงอย่างเดียว เพราะการวางแนวพลังงาน ตำแหน่งที่ทำ และความลึกที่เลือกใช้มีผลต่อผลลัพธ์มาก
1. ประเมินรูปหน้าและปัญหาผิว
ก่อนทำจะมีการประเมินระดับความหย่อนคล้อย ความหนาของชั้นไขมัน ผิวบริเวณแก้มล่าง แนวกราม เหนียง คอ และบริเวณที่ต้องการยกกระชับ เพื่อวางแผนว่าควรทำจุดไหน ใช้จำนวนช็อตประมาณเท่าไร และควรเน้นระดับความลึกใด
2. ทำความสะอาดผิว
ทำความสะอาดผิวบริเวณที่จะทำ เพื่อลดคราบเครื่องสำอาง กันแดด ความมัน และสิ่งสกปรกบนผิวหน้า
3. แปะยาชาหรือเตรียมผิวตามความเหมาะสม
บางเคสอาจมีการแปะยาชาก่อนทำ เพื่อลดความรู้สึกเจ็บหรือจี๊ดระหว่างยิงพลังงาน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ พลังงานที่ใช้ และระดับความไวต่อความเจ็บของแต่ละคน
4. วาดแนวหรือกำหนดจุดรักษา
ผู้ทำหัตถการจะกำหนดแนวการยิงพลังงานตามทิศทางการยกกระชับ เช่น แนวกรอบหน้า แก้มล่าง ใต้คาง หรือคอ เพื่อให้พลังงานถูกส่งไปในตำแหน่งที่เหมาะสม
5. ยิงพลังงานอัลตราซาวด์ตามแผน
ระหว่างทำจะรู้สึกอุ่น ๆ จี๊ด ๆ หรือรู้สึกตึงลึก ๆ ใต้ผิวในบางจุด โดยเฉพาะบริเวณใกล้กระดูก เช่น กรอบหน้า คาง หรือหน้าผาก ความรู้สึกนี้เป็นสิ่งที่พบได้จากการส่งพลังงานลงไปยังชั้นผิวเป้าหมาย
6. ประคบหรือปลอบประโลมผิวหลังทำ
หลังทำอาจมีการประคบเย็นหรือทาผลิตภัณฑ์ปลอบประโลมผิว เพื่อลดความแดงและทำให้ผิวสบายขึ้น
7. รับคำแนะนำหลังทำ
หลังจบโปรแกรมจะได้รับคำแนะนำเรื่องการดูแลผิว การดื่มน้ำ การหลีกเลี่ยงความร้อน และช่วงเวลาที่ควรกลับมาประเมินผลหรือทำซ้ำตามแผน
ทำโปรแกรม Ultraformer เจ็บไหม?
ความรู้สึกระหว่างทำโปรแกรม Ultraformer แตกต่างกันในแต่ละคน บางคนรู้สึกเพียงอุ่น ๆ หรือจี๊ดเล็กน้อย แต่บางคนอาจรู้สึกตึงลึก ๆ ใต้ผิว โดยเฉพาะบริเวณที่ผิวบางหรือใกล้กระดูก เช่น กรอบหน้า คาง หน้าผาก หรือบริเวณใต้คาง
โดยทั่วไปความรู้สึกระหว่างทำมักทนได้ และจะค่อย ๆ หายไปหลังทำเสร็จ หากเป็นคนกลัวเจ็บมาก สามารถแจ้งคลินิกเพื่อปรับวิธีเตรียมผิวหรือพลังงานให้เหมาะสมได้ ไม่ควรฝืนทำในระดับที่เจ็บมากเกินไป เพราะเป้าหมายของการรักษาคือให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมและปลอดภัยกับสภาพผิว
หลังทำโปรแกรม Ultraformer มีอาการอะไรได้บ้าง?
หลังทำโปรแกรม Ultraformer ส่วนใหญ่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ อาจมีอาการเล็กน้อย เช่น
- ผิวแดงเล็กน้อย
- รู้สึกอุ่นหรือตึงใต้ผิว
- รู้สึกเมื่อยหรือระบมบริเวณที่ทำ
- มีอาการบวมเล็กน้อยในบางคน
- กดแล้วเจ็บเล็กน้อยในช่วง 2–7 วันแรก
- ผิวอาจไวต่อการสัมผัสในบางบริเวณ
อาการเหล่านี้มักค่อย ๆ ดีขึ้นเอง หากมีอาการบวมมาก ปวดมาก ชา กล้ามเนื้ออ่อนแรง ผื่น หรืออาการผิดปกติที่ไม่แน่ใจ ควรติดต่อคลินิกเพื่อประเมินทันที
โปรแกรม Ultraformer กี่วันเห็นผล?
ผลลัพธ์ของโปรแกรม Ultraformer มักแบ่งเป็น 2 ช่วง
ช่วงแรก บางคนอาจรู้สึกว่าผิวดูตึงหรือกระชับขึ้นเล็กน้อยหลังทำ เนื่องจากเนื้อเยื่อบางส่วนมีการหดตัวจากความร้อน แต่ผลลัพธ์ที่สำคัญจะค่อย ๆ ชัดขึ้นในช่วงถัดไป
ช่วงที่สอง คือช่วงที่ร่างกายเริ่มสร้างคอลลาเจนใหม่ โดยมักเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดขึ้นในช่วงประมาณ 1–3 เดือนหลังทำ และผลลัพธ์อาจพัฒนาต่อเนื่องตามสภาพผิว อายุ การใช้ชีวิต และการดูแลหลังทำของแต่ละคน
ถ้าต้องการทำก่อนงานสำคัญ แนะนำให้วางแผนล่วงหน้าอย่างน้อย 1–3 เดือน เพื่อให้ผลลัพธ์มีเวลาค่อย ๆ เข้าที่ ไม่ควรคาดหวังว่าหน้าจะยกชัดที่สุดทันทีในวันถัดไป
โปรแกรม Ultraformer อยู่ได้นานแค่ไหน?
ระยะเวลาของผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุ สภาพผิว ระดับความหย่อนคล้อย จำนวนช็อต พลังงานที่ใช้ เทคนิคการทำ การดูแลผิวหลังทำ น้ำหนักตัว และพฤติกรรมการใช้ชีวิต
โดยทั่วไปผลลัพธ์อาจอยู่ได้หลายเดือน และบางคนอาจเลือกทำซ้ำเป็นระยะเพื่อประคองความกระชับของผิว เช่น ทุก 6–12 เดือน หรือปรับตามคำแนะนำของแพทย์และสภาพผิวจริง
หากมีน้ำหนักขึ้นลงมาก นอนน้อย โดนแดดจัด สูบบุหรี่ หรือไม่ได้ดูแลผิวอย่างต่อเนื่อง ผลลัพธ์อาจอยู่ได้สั้นลง เพราะปัจจัยเหล่านี้มีผลต่อคุณภาพคอลลาเจนและความยืดหยุ่นของผิว
ต้องใช้กี่ช็อต?
จำนวนช็อตของโปรแกรม Ultraformer ไม่ควรเลือกจากราคาเพียงอย่างเดียว เพราะแต่ละคนมีรูปหน้า ความหย่อนคล้อย และบริเวณที่ต้องการรักษาไม่เหมือนกัน
โดยทั่วไปจำนวนช็อตจะขึ้นอยู่กับ
- ทำเฉพาะจุดหรือทั่วหน้า
- ต้องการเน้นกรอบหน้า เหนียง หรือคอ
- ระดับความหย่อนคล้อยของผิว
- ความหนาของชั้นไขมัน
- อายุและคุณภาพผิว
- เคยทำโปรแกรมยกกระชับมาก่อนหรือไม่
- เป้าหมายของผลลัพธ์ที่ต้องการ
ตัวอย่างเช่น คนที่ต้องการดูแลเฉพาะเหนียงอาจใช้จำนวนช็อตน้อยกว่าคนที่ต้องการทำทั่วหน้าและคอ ส่วนคนที่มีแก้มล่างเยอะหรือกรอบหน้าไม่ชัด อาจต้องใช้จำนวนช็อตมากขึ้นเพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ที่ต้องการยกกระชับ
โปรแกรม Ultraformer ต่างจากโปรแกรมยกกระชับแบบอื่นอย่างไร?
โปรแกรมยกกระชับมีหลายแบบ เช่น กลุ่มอัลตราซาวด์ กลุ่มคลื่นวิทยุ กลุ่มเข็มพลังงาน หรือโปรแกรมกระตุ้นคอลลาเจนแบบฉีด แต่ละแบบมีจุดเด่นต่างกัน
โปรแกรม Ultraformer เหมาะกับคนที่ต้องการยกกระชับชั้นลึกและปรับกรอบหน้า โดยเน้นพลังงานอัลตราซาวด์แบบโฟกัส ส่วนโปรแกรมคลื่นวิทยุอาจเด่นเรื่องความแน่น ผิวเฟิร์ม และคุณภาพผิวในบางมิติ ขณะที่โปรแกรมฉีดกระตุ้นคอลลาเจนอาจเน้นการฟื้นฟูโครงสร้างผิวและคุณภาพผิวในระยะยาว
หลายเคสสามารถทำร่วมกันได้ แต่ควรจัดลำดับให้เหมาะสม เช่น บางคนอาจเริ่มจากโปรแกรม Ultraformer เพื่อยกกระชับกรอบหน้า แล้วค่อยเสริมด้วยโปรแกรมฟื้นฟูผิวหรือคลื่นวิทยุเพื่อเพิ่มความแน่นและคุณภาพผิว ทั้งนี้ควรประเมินโดยแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนเสมอ
โปรแกรม Ultraformer ทำร่วมกับอะไรได้บ้าง?
โปรแกรม Ultraformer สามารถวางแผนร่วมกับโปรแกรมอื่นได้ตามปัญหาผิว เช่น
โปรแกรมคลื่นวิทยุยกกระชับ
เหมาะกับคนที่ต้องการให้ผิวดูแน่น เฟิร์ม และมีคุณภาพผิวดีขึ้น โดยเฉพาะคนที่มีทั้งผิวหย่อนและผิวไม่แน่น การผสมผสานระหว่างอัลตราซาวด์และคลื่นวิทยุอาจช่วยให้ผลลัพธ์ดูครบมิติมากขึ้นในบางเคส
โปรแกรมลดริ้วรอยจากกล้ามเนื้อ
เหมาะกับคนที่มีริ้วรอยจากการขยับกล้ามเนื้อ เช่น หน้าผาก หางตา หรือหว่างคิ้ว เพราะโปรแกรม Ultraformer ไม่ได้ออกฤทธิ์หลักที่กล้ามเนื้อแสดงสีหน้าโดยตรง
โปรแกรมฟิลเลอร์หรือเติมเต็ม
เหมาะกับคนที่มีทั้งผิวหย่อนและโครงหน้าขาด volume เช่น ขมับตอบ แก้มตอบ หรือร่องลึก แต่ควรวางแผนลำดับก่อนหลังอย่างเหมาะสม เพื่อไม่ให้พลังงานรบกวนวัสดุเติมเต็มที่ทำไว้
โปรแกรม Skin Booster
เหมาะกับคนที่มีผิวแห้ง ขาดน้ำ แต่งหน้าไม่ติด หรือผิวไม่ฉ่ำ โปรแกรม Ultraformer ช่วยเรื่องยกกระชับ ส่วน Skin Booster ช่วยเรื่องคุณภาพผิว ความชุ่มชื้น และผิวดูสุขภาพดี
เตรียมตัวก่อนทำโปรแกรม Ultraformer
ก่อนทำโปรแกรม Ultraformer ควรเตรียมตัวดังนี้
- พักผ่อนให้เพียงพอ
- หลีกเลี่ยงการทำหัตถการแรง ๆ บริเวณเดียวกันก่อนวันนัด
- หากมีแผล สิวอักเสบรุนแรง หรือผิวระคายเคือง ควรแจ้งคลินิกก่อน
- แจ้งประวัติการทำหัตถการ เช่น ฟิลเลอร์ ร้อยไหม เลเซอร์ หรือผ่าตัดบริเวณใบหน้า
- แจ้งโรคประจำตัว ยาที่รับประทาน และประวัติแพ้ยา
- ในวันที่ทำควรมาด้วยผิวสะอาด หรือหลีกเลี่ยงการแต่งหน้าหนัก
การดูแลหลังทำโปรแกรม Ultraformer
หลังทำโปรแกรม Ultraformer ควรดูแลผิวและร่างกายเพื่อให้ผิวฟื้นตัวได้ดี
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ
- ทาครีมกันแดดเป็นประจำ
- ใช้มอยส์เจอไรเซอร์เพื่อดูแลผิว
- หลีกเลี่ยงความร้อนจัด ซาวน่า หรืออบไอน้ำ 24–48 ชั่วโมงแรก
- หลีกเลี่ยงการนวดหน้าแรง ๆ ในช่วงแรก
- งดทำทรีทเมนต์หรือหัตถการที่ระคายเคืองผิวในบริเวณเดียวกันตามคำแนะนำของคลินิก
- หากมีอาการระบมหรือกดเจ็บเล็กน้อย สามารถสังเกตอาการได้ แต่ถ้าปวดมากหรือผิดปกติควรติดต่อคลินิก
โปรแกรม Ultraformer เหมาะกับการเตรียมหน้าก่อนงานไหม?
โปรแกรม Ultraformer สามารถใช้เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมผิวก่อนงานสำคัญได้ โดยเฉพาะคนที่อยากให้กรอบหน้าดูชัดขึ้น ใบหน้าดูกระชับขึ้น หรือเหนียงดูน้อยลง
อย่างไรก็ตาม ควรวางแผนล่วงหน้า เพราะผลลัพธ์ของโปรแกรม Ultraformer ไม่ได้ชัดที่สุดทันทีหลังทำ หากมีงานสำคัญ เช่น งานแต่ง ถ่ายพรีเวดดิ้ง รับปริญญา ถ่ายรูปโปรไฟล์ หรือออกงาน แนะนำให้ทำล่วงหน้าประมาณ 1–3 เดือน เพื่อให้ผลลัพธ์ค่อย ๆ เข้าที่ และมีเวลาจัดโปรแกรมอื่นร่วมกันหากจำเป็น
โปรแกรม Ultraformer เหมาะกับคนอายุเท่าไร?
ไม่มีอายุที่ตายตัวว่าต้องเริ่มทำเมื่อไหร่ แต่โดยทั่วไปเหมาะกับคนที่เริ่มเห็นสัญญาณผิวหย่อนคล้อย เช่น แก้มตก กรอบหน้าไม่ชัด เหนียง หรือผิวไม่แน่น ซึ่งอาจเริ่มพบได้ตั้งแต่อายุประมาณปลาย 20 ถึง 30 ปีขึ้นไป ขึ้นอยู่กับพันธุกรรม น้ำหนัก การนอน แสงแดด และพฤติกรรมการใช้ชีวิต
ในคนอายุน้อย โปรแกรม Ultraformer อาจใช้เพื่อปรับกรอบหน้าและดูแลความกระชับตั้งแต่เริ่มมีสัญญาณเล็กน้อย ส่วนในคนอายุมากขึ้น อาจต้องใช้ร่วมกับโปรแกรมอื่นเพื่อดูแลหลายมิติ เช่น volume loss, skin quality และริ้วรอย
ข้อควรรู้ก่อนทำโปรแกรม Ultraformer
ก่อนตัดสินใจทำโปรแกรม Ultraformer ควรเข้าใจข้อควรรู้เหล่านี้
ผลลัพธ์ไม่ได้เท่ากับการผ่าตัดดึงหน้า
โปรแกรม Ultraformer เป็นการยกกระชับแบบไม่ผ่าตัด เหมาะกับความหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง หากมีผิวส่วนเกินมาก อาจต้องใช้วิธีอื่นผลลัพธ์ค่อย ๆ ชัดขึ้น
หลายคนคาดหวังว่าจะเห็นผลทันที แต่ความจริงผลลัพธ์หลักมักมาจากการสร้างคอลลาเจนใหม่ จึงต้องรอเวลาเทคนิคสำคัญกว่าจำนวนช็อตอย่างเดียว
จำนวนช็อตเป็นเพียงส่วนหนึ่ง แต่การวางตำแหน่ง ความลึก และทิศทางการยิงพลังงานมีผลต่อผลลัพธ์มากต้องประเมินตามใบหน้าแต่ละคน
บางคนต้องเน้นเหนียง บางคนต้องเน้นแก้มล่าง บางคนต้องทำร่วมกับคอ การรักษาที่ดีจึงควรออกแบบเฉพาะบุคคลการดูแลหลังทำมีผลต่อผลลัพธ์
แดด การนอน การดื่มน้ำ น้ำหนักตัว และการดูแลผิวล้วนมีผลต่อคุณภาพผิวและระยะเวลาของผลลัพธ์
สรุป โปรแกรม Ultraformer เหมาะกับใครที่สุด?
โปรแกรม Ultraformer เหมาะกับคนที่ต้องการยกกระชับผิว ปรับกรอบหน้า ลดความหย่อนคล้อยของแก้ม เหนียง และลำคอ โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องใช้เข็ม และมี downtime น้อย เหมาะกับคนที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง หรือคนที่อยากให้ใบหน้าดูเฟิร์มและเข้ารูปขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ของแต่ละคนไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ ความหย่อนคล้อย ชั้นไขมัน จำนวนช็อต เทคนิคการทำ และการดูแลหลังทำ หากต้องการผลลัพธ์ที่เหมาะกับใบหน้าของตัวเอง ควรประเมินโดยแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนเริ่มโปรแกรมทุกครั้ง