ข้ามไปที่เนื้อหา
ผิวชั้น SMAS คืออะไร?
บทความ

ผิวชั้น SMAS คืออะไร?

20 มิ.ย. 2024 อ่าน 3 นาที

SMAS ย่อมาจาก Superficial Musculo-Aponeurotic System เป็นชั้นเนื้อเยื่อที่อยู่ลึกใต้ผิวหนังและไขมันชั้นใต้ผิว (subcutaneous fat)…

หัวข้อในบทความ

ผิวชั้น SMAS คืออะไร?

SMAS ย่อมาจาก Superficial Musculo-Aponeurotic System เป็นชั้นเนื้อเยื่อที่อยู่ลึกใต้ผิวหนังและไขมันชั้นใต้ผิว (subcutaneous fat) โดยเป็นชั้นที่เชื่อมต่อระหว่างกล้ามเนื้อบนใบหน้าและผิวหนังเข้าด้วยกัน ทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของใบหน้า และเป็นหนึ่งในโครงสร้างสำคัญที่ทำให้ใบหน้าดูตึงและได้รูป

ชั้น SMAS อยู่ตรงไหน?

ลำดับชั้นผิวจากผิวชั้นบนลงล่างจะเรียงตามนี้:

  1. ชั้นหนังกำพร้า (Epidermis)
  2. ชั้นหนังแท้ (Dermis)
  3. ไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous fat)
  4. ชั้น SMAS
  5. กล้ามเนื้อใบหน้า (Facial muscles)
  6. กระดูกใบหน้า (Facial bone)
ชั้น SMAS อยู่ตรงไหน?

หน้าที่ของชั้น SMAS

  • พยุงโครงหน้า: ชั้น SMAS เป็นเหมือน “รากฐาน” ที่คอยยึดโครงสร้างใบหน้าไม่ให้หย่อนคล้อย
  • ส่งแรงการเคลื่อนไหว: กล้ามเนื้อใบหน้าสามารถเคลื่อนไหวได้ผ่านการเชื่อมต่อกับชั้นนี้
  • คงความเต่งตึง: เมื่ออายุมากขึ้น ชั้น SMAS จะสูญเสียความยืดหยุ่น ทำให้ผิวหย่อนคล้อย

ชั้น SMAS กับความหย่อนคล้อยของใบหน้า

หนึ่งในสาเหตุหลักของใบหน้าหย่อนคล้อย ไม่ได้เกิดจากผิวหนังเท่านั้น แต่ยังเกิดจากการเสื่อมสภาพของ ชั้น SMAS ที่อยู่ลึกลงไปด้วย เมื่อ SMAS สูญเสียความตึงตัวหรือเริ่มหย่อนลงตามแรงโน้มถ่วง จะเกิดอาการเช่น:

  • แก้มหย่อน
  • ขอบกรามไม่ชัด
  • คางสองชั้น
  • ผิวหน้าดูไม่กระชับ

การยกกระชับผิวเฉพาะบนชั้นหนังกำพร้าหรือหนังแท้จึงอาจไม่เพียงพอ หากไม่สามารถกระตุ้นหรือปรับระดับ SMAS ได้ ก็อาจไม่เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนและยาวนาน

เทคโนโลยีที่ทำงานลึกถึงชั้น SMAS

1. HIFU (High-Intensity Focused Ultrasound)

HIFU ใช้พลังงานคลื่นเสียงความเข้มสูง ยิงลงลึกไปยังระดับ ชั้น SMAS โดยไม่ต้องผ่าตัด ช่วยให้เกิดจุดพลังงานความร้อน (~60–70°C) ที่กระตุ้นการหดตัวของคอลลาเจนและสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวยกกระชับขึ้น

ข้อดี:

  • ไม่ต้องพักฟื้น
  • ไม่ต้องฉีดหรือเปิดแผล
  • เหมาะกับคนที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง
1. HIFU (High-Intensity Focused Ultrasound)

การทำ HIFU ช่วยให้ผิวกระชับขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด

2. SMAS Facelift Surgery (ศัลยกรรมดึงชั้น SMAS)

เป็นวิธีการผ่าตัดเพื่อยกกระชับใบหน้าโดยตรงที่ชั้น SMAS เหมาะกับผู้ที่มีอายุเยอะและมีปัญหาความหย่อนคล้อยรุนแรง การผ่าตัดจะเปิดผิวแล้วยกและเย็บชั้น SMAS ให้ตึงขึ้น

ข้อดี: ผลลัพธ์ชัดเจนมากและอยู่ได้นานหลายปี
ข้อควรระวัง: ต้องพักฟื้น ใช้เวลาฟื้นตัวหลายสัปดาห์

สรุป

SMAS คือชั้นเนื้อเยื่อสำคัญที่อยู่ลึกใต้ผิวหนัง มีบทบาทสำคัญในการพยุงโครงหน้าและป้องกันการหย่อนคล้อย เมื่ออายุมากขึ้น ชั้นนี้จะเสื่อมสภาพลง การเลือกใช้เทคโนโลยีที่สามารถลงลึกถึงชั้น SMAS เช่น HIFU, Ultherapy หรือการศัลยกรรม SMAS facelift จึงเป็นหัวใจของการยกกระชับใบหน้าที่เห็นผลจริงและยาวนาน

หากคุณเริ่มมีปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อยและกำลังพิจารณาวิธียกกระชับ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินว่าโครงสร้างผิวของคุณจำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูที่ระดับชั้น SMAS หรือไม่

แชร์บทความนี้ LINE

มีคำถามเกี่ยวกับผิวของคุณ?

ปรึกษาแพทย์ Skinity เพื่อประเมินและออกแบบการดูแลเฉพาะคุณ

ปรึกษา / นัดหมาย 4.8จาก 53 รีวิวบน Google

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด
เกราะป้องกันผิวคืออะไร ฟื้นฟูอย่างไร

เกราะป้องกันผิวคืออะไร ฟื้นฟูอย่างไร

รู้จักเกราะป้องกันผิว หน้าที่ สัญญาณ Skin Barrier อ่อนแอ สาเหตุที่ทำให้ผิวแห้งแสบ และวิธีฟื้นฟูผิวอย่างเหมาะสม

10 ก.ค. 2026·อ่าน 10 นาที
อ่านบทความ
Polynucleotide ช่วยฟื้นฟู Skin Barrier อย่างไร

Polynucleotide ช่วยฟื้นฟู Skin Barrier อย่างไร

Polynucleotide อาจช่วยลดการสูญเสียน้ำ เพิ่มความชุ่มชื้น และสนับสนุนเกราะป้องกันผิวได้อย่างไร พร้อมข้อจำกัดของงานวิจัยปัจจุบัน

10 ก.ค. 2026·อ่าน 8 นาที
อ่านบทความ
เตรียมผิวก่อนเดินทาง ทำยังไงให้แต่งหน้าติดตลอดทริป

เตรียมผิวก่อนเดินทาง ทำยังไงให้แต่งหน้าติดตลอดทริป

เตรียมผิวก่อนเดินทางอย่างไรให้รองพื้นไม่เป็นคราบ พร้อมรูทีนก่อนขึ้นเครื่อง วิธีดูแลผิวระหว่างทริป และเทคนิคแต่งหน้าให้ติดทน

10 ก.ค. 2026·อ่าน 6 นาที
อ่านบทความ
ทัก LINE รับโปร