ข้ามไปที่เนื้อหา
โปรแกรม Plinest
โปรแกรมการรักษา

โปรแกรม Plinest

โปรแกรม Plinest เป็นโปรแกรมฉีด Polynucleotide ชนิด PN-HPT เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูคุณภาพผิว ช่วยให้ผิวดูชุ่มชื้น ยืดหยุ่น และเรียบเนียนขึ้น โดยไม่ใช่ฟิลเลอร์สำหรับเพิ่มวอลลุ่มหรือปรับรูปหน้า

ระยะเวลา 60 นาที
เวลาพักหน้า 24 ชั่วโมง
เหมาะกับ ผิวแห้งขาดน้ำ ผิวดูอ่อนล้า ความยืดหยุ่นลดลง ผิวสัมผัสไม่เรียบ และริ้วรอยขนาดเล็ก

โปรแกรม Plinest เป็นโปรแกรมฟื้นฟูคุณภาพผิวด้วยสาร Polynucleotide หรือ PN เหมาะสำหรับผู้ที่กังวลเรื่องผิวแห้งขาดน้ำ ผิวดูอ่อนล้า ความยืดหยุ่นลดลง ผิวสัมผัสไม่เรียบ และริ้วรอยขนาดเล็ก โดยมุ่งเน้นให้ผิวค่อย ๆ มีคุณภาพดีขึ้นจากกระบวนการปรับโครงสร้างผิว ไม่ใช่การเติมวอลลุ่มให้ใบหน้าเปลี่ยนรูปทันทีเหมือนการฉีดฟิลเลอร์

ผลลัพธ์ของโปรแกรม Plinest จะค่อย ๆ เกิดขึ้นและแตกต่างกันตามอายุ สภาพผิว พฤติกรรมการใช้ชีวิต ตำแหน่งที่รักษา เทคนิคการฉีด และจำนวนครั้งที่ทำ จึงควรให้แพทย์ประเมินก่อนวางแผนการรักษา

โปรแกรม Plinest คืออะไร?

โปรแกรม Plinest คือการฉีดเจลที่มีส่วนประกอบหลักเป็น Polynucleotide หรือสายของหน่วยย่อย DNA ที่ผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์ โดยเทคโนโลยีของผู้ผลิตเรียกว่า PN-HPT หรือ Polynucleotides Highly Purified Technology

เมื่อฉีดลงในชั้นผิว PN-HPT ไม่ได้ทำหน้าที่เหมือนฟิลเลอร์ที่เติมพื้นที่ว่างหรือสร้างโครงใบหน้า แต่มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนสภาพแวดล้อมภายในผิวให้เหมาะกับกระบวนการฟื้นฟูและปรับโครงสร้างเนื้อเยื่อ

คุณสมบัติในการอุ้มน้ำของ Polynucleotide อาจช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นภายในชั้นผิว ขณะเดียวกันมีข้อมูลการศึกษาที่สนับสนุนบทบาทต่อการทำงานของเซลล์ไฟโบรบลาสต์และ extracellular matrix ซึ่งเกี่ยวข้องกับคอลลาเจน ความยืดหยุ่น และโครงสร้างผิว

อย่างไรก็ตาม โปรแกรม Plinest ไม่ใช่การเปลี่ยนเซลล์ใหม่ ไม่ได้เชื่อมต่อหรือแก้ไข DNA ของผู้รับบริการ และไม่ควรอธิบายว่าเป็นการฟื้นฟูผิว “ระดับยีน” หรือรับประกันว่าผิวจะซ่อมแซมตัวเองได้ทั้งหมด

โปรแกรม Plinest ช่วยอะไรบ้าง?

ผลลัพธ์ที่คาดหวังจากโปรแกรม Plinest จะเน้นเรื่องคุณภาพผิวมากกว่าการเปลี่ยนรูปหน้า โดยอาจช่วยดูแลปัญหาต่อไปนี้

  • ผิวแห้งหรือขาดความชุ่มชื้น
  • ผิวสัมผัสหยาบและไม่เรียบเนียน
  • ผิวดูอ่อนล้าและไม่สดใส
  • ความยืดหยุ่นของผิวลดลง
  • ริ้วรอยตื้นหรือริ้วรอยขนาดเล็ก
  • ผิวบริเวณลำคอหรือเนินอกที่เริ่มบางและมีริ้วรอย
  • รูขุมขนที่ดูชัดจากภาวะผิวแห้งหรือคุณภาพผิวลดลง
  • ผิวที่ต้องการการฟื้นฟูร่วมกับโปรแกรมอื่น

งานวิจัยเกี่ยวกับ Polynucleotide ในเวชศาสตร์ความงามรายงานแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงด้านความชุ่มชื้น ผิวสัมผัส ความยืดหยุ่น และริ้วรอย แต่ผลลัพธ์ไม่ได้เกิดขึ้นเท่ากันในทุกคน และหลักฐานทางการแพทย์ยังต้องการการศึกษาแบบสุ่มที่มีขนาดใหญ่และติดตามผลระยะยาวเพิ่มเติม

อ่านเพิ่มเติม: Polynucleotide ช่วยฟื้นฟู Skin Barrier อย่างไร

โปรแกรม Plinest ช่วยหลุมสิวได้ไหม?

Polynucleotide อาจมีบทบาทในการสนับสนุนคุณภาพผิวและกระบวนการปรับโครงสร้างแผลเป็น แต่โปรแกรม Plinest ไม่ใช่สารเติมหลุมสิวและไม่สามารถตัดพังผืดที่ดึงรั้งก้นหลุมได้โดยตรง

ผู้ที่มีหลุมสิวแบบ Rolling Scar, Boxcar Scar หรือ Ice Pick Scar อาจต้องใช้วิธีหลักอื่นร่วมด้วย เช่น

  • Subcision สำหรับคลายพังผืดใต้หลุมสิว
  • RF Microneedling สำหรับกระตุ้นการปรับโครงสร้างคอลลาเจน
  • เลเซอร์ปรับผิวสำหรับหลุมสิวบางลักษณะ
  • TCA CROSS สำหรับหลุมสิวแคบและลึก
  • โปรแกรม PN สูตรหรือเทคนิคที่เหมาะกับแผลเป็นเฉพาะจุด

การใช้โปรแกรม Plinest ในผู้มีหลุมสิวจึงควรพิจารณาเป็นส่วนหนึ่งของแผนรักษาเฉพาะบุคคล ไม่ควรใช้แทนการจำแนกชนิดและความลึกของหลุมสิว

อ่านเพิ่มเติม: Polynucleotide ช่วยหลุมสิวได้ไหม

โปรแกรม Plinest เหมาะกับใคร?

โปรแกรม Plinest อาจเหมาะกับผู้ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้

  • ผิวแห้งและรู้สึกว่าทาสกินแคร์แล้วยังไม่ชุ่มชื้น
  • ผิวดูบาง อ่อนล้า หรือขาดความยืดหยุ่น
  • มีริ้วรอยขนาดเล็กแต่ยังไม่ต้องการเติมวอลลุ่ม
  • ต้องการดูแลคุณภาพผิวโดยให้ใบหน้ายังคงรูปทรงเดิม
  • ผิวบริเวณลำคอหรือเนินอกเริ่มมีริ้วรอยและผิวสัมผัสไม่เรียบ
  • ต้องการโปรแกรมที่ให้ผลลัพธ์ค่อยเป็นค่อยไป
  • ต้องการฟื้นฟูผิวร่วมกับเลเซอร์ RF Microneedling หรือโปรแกรมยกกระชับ
  • เคยทำ Skin Booster แล้วต้องการให้แพทย์ประเมินตัวเลือกในกลุ่ม Polynucleotide

การเลือกโปรแกรมไม่ควรพิจารณาจากชื่อผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว เพราะปัญหาผิวแห้ง ริ้วรอย ผิวหย่อนคล้อย และการสูญเสียวอลลุ่มอาจมีลักษณะคล้ายกัน แต่ต้องใช้แนวทางรักษาที่แตกต่างกัน

ใครควรหลีกเลี่ยงหรือแจ้งแพทย์ก่อนทำ?

ควรแจ้งข้อมูลสุขภาพ ยาที่ใช้อยู่ และประวัติการแพ้ให้แพทย์ทราบก่อนรับบริการ โดยเฉพาะในกรณีต่อไปนี้

  • มีสิวอักเสบ การติดเชื้อ แผล หรือผื่นบริเวณที่จะฉีด
  • เคยแพ้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบจากปลา
  • กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • มีโรคภูมิคุ้มกันผิดปกติหรือกำลังรับยากดภูมิคุ้มกัน
  • มีปัญหาการแข็งตัวของเลือด
  • รับประทานยาหรืออาหารเสริมที่เพิ่มโอกาสเกิดรอยช้ำ
  • เคยมีอาการแพ้รุนแรงจากผลิตภัณฑ์ฉีดผิว
  • เพิ่งทำเลเซอร์ ผลัดเซลล์ผิว หรือมีผิวระคายเคืองรุนแรง
  • มีโรคประจำตัวที่ยังควบคุมอาการไม่ได้

ไม่ควรหยุดยาที่แพทย์ประจำตัวสั่งด้วยตนเอง หากมียาที่อาจเกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของเลือด ควรปรึกษาแพทย์ผู้สั่งยาก่อนเสมอ

Plinest ต่างจาก REJURAN อย่างไร?

โปรแกรม Plinest และ โปรแกรม REJURAN อยู่ในกลุ่ม Polynucleotide เหมือนกัน แต่เป็นผลิตภัณฑ์จากคนละผู้ผลิต มีกระบวนการผลิต คุณสมบัติของเจล ผลิตภัณฑ์ย่อย และเทคนิคการใช้ที่แตกต่างกัน

ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานจากการศึกษาเปรียบเทียบโดยตรงคุณภาพสูงเพียงพอที่จะสรุปว่า Plinest หรือ REJURAN ให้ผลลัพธ์ดีกว่ากันในผู้รับบริการทุกกลุ่ม การเลือกควรพิจารณาจากตำแหน่งที่รักษา ปัญหาผิว ลักษณะผลิตภัณฑ์ ประสบการณ์ของแพทย์ และผลลัพธ์ที่ต้องการ

โปรแกรม ส่วนประกอบหลัก จุดประสงค์หลัก เพิ่มวอลลุ่มทันทีหรือไม่
Plinest PN-HPT ฟื้นฟูคุณภาพผิว ความชุ่มชื้น ผิวสัมผัส และความยืดหยุ่น ไม่เน้นเพิ่มวอลลุ่ม
REJURAN Polynucleotide ฟื้นฟูคุณภาพผิวและปรับสภาพแวดล้อมในชั้นผิว ไม่เน้นเพิ่มวอลลุ่ม
Profhilo Hyaluronic Acid ความเข้มข้นสูง เพิ่มความชุ่มชื้นและสนับสนุนการปรับโครงสร้างผิว ไม่ใช่ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า
Hydro Deluxe Non-cross-linked HA ร่วมกับส่วนประกอบอื่น เพิ่มความชุ่มชื้นและดูแลผิวแห้งขาดน้ำ ไม่เน้นปรับรูปหน้า
ฟิลเลอร์ Cross-linked Hyaluronic Acid เติมร่อง เพิ่มวอลลุ่ม และปรับโครงสร้างใบหน้า เพิ่มวอลลุ่มได้

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ โปรแกรม Profhilo และ โปรแกรม Hydro Deluxe

โปรแกรม Plinest มีขั้นตอนอย่างไร?

1. ประเมินสภาพผิว

แพทย์ตรวจสภาพผิว ประเมินริ้วรอย ความแห้ง ความยืดหยุ่น ตำแหน่งที่ต้องการรักษา และประวัติสุขภาพ เพื่อพิจารณาว่าโปรแกรม Plinest เหมาะสมหรือควรใช้โปรแกรมอื่นร่วมด้วย

2. ทำความสะอาดและเตรียมผิว

ทำความสะอาดเครื่องสำอางและฆ่าเชื้อบริเวณที่จะรักษา อาจมีการทายาชาหรือใช้วิธีลดความรู้สึกไม่สบายตามความเหมาะสม

3. ฉีด Plinest เข้าสู่ชั้นผิว

แพทย์เลือกเทคนิคและความลึกตามตำแหน่งและสภาพผิว อาจฉีดเป็นจุดเล็ก ๆ กระจายทั่วบริเวณหรือใช้เทคนิคอื่นที่เหมาะกับแผนการรักษา

4. ประเมินหลังทำ

หลังฉีดอาจเห็นรอยนูนเล็ก ๆ ตามจุดที่ฉีด มีรอยแดง บวม หรือรอยช้ำได้ แพทย์จะตรวจบริเวณที่รักษาและให้คำแนะนำก่อนกลับบ้าน

โดยทั่วไปเวลารวมการทายาชาและทำโปรแกรมประมาณ 45–60 นาที ขึ้นอยู่กับพื้นที่และเทคนิคที่ใช้

หลังทำ Plinest มีรอยนูนไหม?

หลังฉีดอาจเกิดรอยนูนขนาดเล็กหรือ papules ตามจุดที่ฉีด เนื่องจากผลิตภัณฑ์ถูกวางไว้ในชั้นผิว รอยนูนมักค่อย ๆ ลดลงภายในประมาณ 1–3 วัน แต่อาจใช้เวลามากหรือน้อยกว่านี้ตามตำแหน่ง ปริมาณที่ฉีด และสภาพผิวแต่ละคน

ผลข้างเคียงที่พบได้ประกอบด้วย

  • รอยนูนตามจุดฉีด
  • ผิวแดง
  • บวม
  • เจ็บหรือตึงเล็กน้อย
  • รอยช้ำ
  • อาการคันหรือระคายเคืองชั่วคราว

หากมีอาการปวดรุนแรงผิดปกติ ผิวซีดหรือเปลี่ยนสีอย่างรวดเร็ว บวมมากขึ้นเรื่อย ๆ มีตุ่มหนอง มีไข้ หรือสงสัยอาการแพ้ ควรติดต่อคลินิกทันที

การดูแลตัวเองหลังทำ Plinest

ในช่วงแรกหลังทำควรดูแลผิวอย่างอ่อนโยนและลดสิ่งกระตุ้นการอักเสบ

  • หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือแกะบริเวณที่ฉีด
  • งดแต่งหน้าประมาณ 12–24 ชั่วโมงหรือตามคำแนะนำของแพทย์
  • งดออกกำลังกายหนัก ซาวน่า อบไอน้ำ และความร้อนจัดประมาณ 24–48 ชั่วโมง
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงแรกหากมีแนวโน้มบวมหรือช้ำง่าย
  • ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและมอยส์เจอไรเซอร์ที่อ่อนโยน
  • หลีกเลี่ยงสครับ เรตินอยด์ AHA BHA และผลิตภัณฑ์ที่ระคายเคืองจนกว่าผิวจะกลับเป็นปกติ
  • ทาครีมกันแดดและหลีกเลี่ยงแสงแดดจัด
  • ไม่ซื้อยาหรือยาปฏิชีวนะมารับประทานเอง

โปรแกรม Plinest ต้องทำกี่ครั้ง?

แผนเริ่มต้นที่พบได้บ่อยในการศึกษาเกี่ยวกับ Plinest คือประมาณ 3 ครั้ง โดยเว้นระยะระหว่างครั้งประมาณ 2–4 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม จำนวนครั้งที่เหมาะสมอาจแตกต่างตามอายุ ปัญหาผิว บริเวณที่รักษา และการตอบสนองของผิว

หลังจบโปรแกรมเริ่มต้น แพทย์จะประเมินว่าจำเป็นต้องทำเพื่อดูแลผลลัพธ์เพิ่มเติมหรือไม่ ไม่ควรกำหนดให้ทุกคนต้องทำจำนวนครั้งหรือเว้นระยะเท่ากันทั้งหมด

Plinest เห็นผลเมื่อไร?

โปรแกรม Plinest ไม่ใช่ฟิลเลอร์และไม่ได้ออกแบบมาให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของรูปหน้าทันที หลังรอยบวมจากการฉีดลดลง ผู้รับบริการบางรายอาจเริ่มรู้สึกว่าผิวชุ่มชื้นหรือเรียบขึ้นก่อน ส่วนการเปลี่ยนแปลงด้านผิวสัมผัส ความยืดหยุ่น และริ้วรอยมักค่อย ๆ พัฒนาขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์

การประเมินผลควรดูหลังทำครบตามแผนและหลังผิวมีเวลาปรับตัวประมาณ 2–3 เดือน มากกว่าการสรุปผลภายในไม่กี่วัน

ผลลัพธ์ไม่ถาวรและระยะเวลาที่คงอยู่แตกต่างกันในแต่ละคน โดยได้รับผลกระทบจากอายุ แสงแดด การสูบบุหรี่ การนอนหลับ สภาพผิวเดิม และการดูแลผิวหลังทำ

โปรแกรม Plinest ทำร่วมกับโปรแกรมอื่นได้ไหม?

แพทย์อาจวางแผนโปรแกรม Plinest ร่วมกับการรักษาอื่นเพื่อดูแลปัญหาคนละระดับ เช่น

  • RF Microneedling สำหรับผิวไม่เรียบและหลุมสิว
  • เลเซอร์สำหรับรอยแดง จุดด่างดำ หรือปัญหาสีผิว
  • HIFU หรือ Monopolar RF สำหรับความหย่อนคล้อย
  • Botulinum Toxin สำหรับริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า
  • ฟิลเลอร์สำหรับร่องลึกและการสูญเสียวอลลุ่ม
  • Skin Booster ชนิดอื่นสำหรับเป้าหมายด้านความชุ่มชื้น

ไม่จำเป็นต้องทำทุกโปรแกรมพร้อมกัน การทำหัตถการหลายชนิดในวันเดียวกันหรือเว้นระยะห่างกันเท่าใด ควรพิจารณาจากชนิดพลังงาน ตำแหน่งที่รักษา ภาวะการอักเสบของผิว และลำดับการรักษาที่แพทย์วางไว้

โปรแกรม Plinest ที่ Skinity Clinic

โปรแกรม Plinest ที่ Skinity Clinic เริ่มจากการประเมินปัญหาผิวและเป้าหมายของผู้รับบริการ โดยแพทย์จะพิจารณาว่าปัญหาหลักเกิดจากผิวขาดน้ำ คุณภาพผิวลดลง ริ้วรอย การสูญเสียวอลลุ่ม หรือความหย่อนคล้อย เพื่อหลีกเลี่ยงการเลือกโปรแกรมจากกระแสหรือชื่อผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว

แผนการรักษาอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ทั้งตำแหน่ง เทคนิค ปริมาณ จำนวนครั้ง และการใช้ร่วมกับโปรแกรมอื่น ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ควรอยู่ในบรรจุภัณฑ์ที่ตรวจสอบแหล่งที่มาและข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้

โปรแกรม Plinest ราคาเท่าไร?

ราคาของโปรแกรม Plinest ขึ้นอยู่กับจำนวนไซริงก์ พื้นที่ที่รักษา เทคนิคการฉีด และแผนที่แพทย์ประเมิน ผู้ที่ต้องการดูแลเฉพาะใบหน้ากับผู้ที่ต้องการดูแลใบหน้าร่วมกับลำคอ อาจใช้ปริมาณแตกต่างกัน

สามารถสอบถามราคาปัจจุบันและโปรโมชันผ่าน LINE ของ Skinity Clinic โดยควรพิจารณาร่วมกับปริมาณผลิตภัณฑ์ที่ได้รับ แหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์ และผู้ทำหัตถการ ไม่ควรเปรียบเทียบจากราคาเพียงอย่างเดียว

ราคา

โปรแกรม Plinest ราคาเท่าไหร่?

Plinest 2 cc
17,900 14,900

ราคาอาจเปลี่ยนแปลงตามโปรโมชัน แพทย์จะประเมินและแนะนำแพ็กเกจที่เหมาะกับคุณ

ปรึกษา / นัดหมาย

คำถามที่พบบ่อย

Plinest เป็นฟิลเลอร์หรือไม่?
ไม่ใช่ โปรแกรม Plinest เป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Polynucleotide ที่เน้นฟื้นฟูคุณภาพผิว ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อเพิ่มวอลลุ่ม ปรับคาง เติมแก้ม หรือตกแต่งรูปหน้าเหมือนฟิลเลอร์
Plinest กับ REJURAN ตัวไหนดีกว่า?
ทั้งสองผลิตภัณฑ์อยู่ในกลุ่ม PN แต่ผลิตโดยคนละบริษัทและมีรายละเอียดของผลิตภัณฑ์แตกต่างกัน ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานเปรียบเทียบโดยตรงคุณภาพสูงที่สรุปว่าตัวใดดีกว่าสำหรับทุกคน จึงควรเลือกตามปัญหาผิว ตำแหน่ง และแผนของแพทย์
หลังฉีด Plinest หน้าบวมกี่วัน?
อาจมีรอยนูน บวม แดง หรือช้ำประมาณ 1–3 วัน บางตำแหน่งหรือผู้ที่ช้ำง่ายอาจใช้เวลานานกว่านี้ หากอาการรุนแรงหรือผิดปกติควรติดต่อคลินิก
Plinest ทำครั้งเดียวได้ไหม?
สามารถทำได้ แต่โปรแกรมที่ใช้ในการศึกษาหลายฉบับมักประกอบด้วยการทำต่อเนื่องหลายครั้ง การทำกี่ครั้งควรขึ้นอยู่กับสภาพผิวและเป้าหมาย ไม่ควรรับประกันว่าการทำครั้งเดียวจะให้ผลลัพธ์ครบทุกด้าน
Plinest ช่วยให้หน้าขาวขึ้นหรือไม่?
Plinest ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ฟอกสีผิวหรือรักษาฝ้าโดยตรง เมื่อผิวชุ่มชื้นและผิวสัมผัสดีขึ้น อาจทำให้ผิวโดยรวมดูสดใสขึ้น แต่ไม่ควรใช้แทนการวินิจฉัยและรักษาฝ้า กระ หรือจุดด่างดำ
ผู้ที่แพ้ปลาฉีด Plinest ได้ไหม?
ควรแจ้งประวัติการแพ้ปลาและการแพ้รุนแรงให้แพทย์ทราบก่อนทุกครั้ง แพทย์จะประเมินความเสี่ยงจากประวัติสุขภาพและข้อมูลผลิตภัณฑ์ ไม่ควรตัดสินใจฉีดเองโดยไม่ได้รับการประเมิน

อ้างอิง

  1. 1.Mastelli – Aesthetic Medicine and Polynucleotide Products · mastelli.com
  2. 2.Lampridou S, et al. The Effectiveness of Polynucleotides in Esthetic Medicine: A Systematic Review · pmc.ncbi.nlm.nih.gov
  3. 3.Cavallini M, et al. Consensus Report on the Use of PN-HPT in Aesthetic Medicine · pubmed.ncbi.nlm.nih.gov
  4. 4.Polynucleotides HPT for Asian Skin Regeneration and Rejuvenation · pmc.ncbi.nlm.nih.gov
  5. 5.A Real-Life Assessment of Injectable PN-HPT for Skin Rejuvenation · pubmed.ncbi.nlm.nih.gov
  6. 6.ClinicalTrials.gov – Efficacy and Safety of PN20 Plinest for Skin Hydration · clinicaltrials.gov

สนใจปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับเรื่องนี้?

แพทย์ Skinity ยินดีประเมินและออกแบบการรักษาเฉพาะคุณ

ปรึกษา / นัดหมาย

โปรแกรมอื่น ๆ

ดูทั้งหมด
Rejuran I ฟื้นฟูริ้วรอยรอบดวงตา ใต้ตา

Rejuran I ฟื้นฟูริ้วรอยรอบดวงตา ใต้ตา

Rejuran i คือการฟื้นฟูผิวบริเวณรอบดวงตา ใต้ตา ด้วย Polynucleotide (PN) คล้ายกับ Rejuran Classic หรือ Rejuran Healer กล่องสีดำ และ Rejuran S สำหรับหลุมสิว…

อ่านเพิ่มเติม
Rose Exosome

Rose Exosome

Exosome คือถุงน้ำที่ซึ่งประกอบด้วยโปรตีน ไขมัน RNA และโมเลกุลที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพอื่นๆ เอ็กโซโซมทำหน้าที่สื่อสารระหว่างเซลล์ มีขนาดเล็ก 1/1,000 ของเซลล์…

อ่านเพิ่มเติม
โบทูลินั่ม ท็อกซิน
ริ้วรอย

โบทูลินั่ม ท็อกซิน

โปรแกรมโบทูลินั่ม ท็อกซินช่วยลดริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า ลดขนาดกล้ามเนื้อกราม และดูแลปัญหาเหงื่อออกมากได้ เรียนรู้หลักการทำงาน ระยะเวลาเห็นผล ผลข้างเคียง และข้อควรรู้ก่อนฉีด

อ่านเพิ่มเติม
ทัก LINE รับโปร