หลุมสิวคืออะไร? เกิดได้อย่างไร? มีกี่แบบ? รู้สาเหตุก่อนรักษา
ปัญหาผิว

หลุมสิวคืออะไร? เกิดได้อย่างไร? มีกี่แบบ? รู้สาเหตุก่อนรักษา

"หลุมสิว" รอยสิว รอยแผลเป็นจากสิว ปัญหากวนใจหลังจากเป็นสิว ที่ทำให้หลาย ๆ คนรู้สึกสูญเสียความมั่นใจ…

ในหน้านี้
  1. 01หลุมสิว คืออะไร?
  2. 02หลุมสิวเกิดจากอะไร?
  3. 03สิวประเภทไหนที่มักจะทำให้เกิดหลุมสิว
  4. 04หลุมสิว มีลักษณะอย่างไร?
  5. 05หลุมสิวมีกี่ประเภท?
  6. 1. หลุมแบบจิกลึก (Ice Pick Scars)
  7. 2. หลุมสิวแบบกล่อง (Boxcar Scar)
  8. 3. หลุมสิวแอ่งกะทะ (Rolling Scar)
  9. 06การรักษาหลุมสิว
  10. 07ดูแลผิวหลังการรักษาหลุมสิวอย่างไร?
  11. 08เทคนิคป้องกันไม่ให้เกิดหลุมสิวใหม่
  12. 09สรุป

“หลุมสิว” รอยสิว รอยแผลเป็นจากสิว ปัญหากวนใจหลังจากเป็นสิว ที่ทำให้หลาย ๆ คนรู้สึกสูญเสียความมั่นใจ เพราะถึงแม้จะแต่งหน้าก็ไม่สามารถปกปิดร่องรอยของหลุมสิวที่เกิดขึ้นได้ ซึ่งการรักษาหลุมสิวเป็นปัญหาที่รักษายากและใช้นาน ดังนั้นในบทความนี้ หมอได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสาเหตุการเกิดหลุมสิว ประเภทของหลุมสิว มาแนะนำเป็นข้อมูลเพื่อใช้เป็นแนวทางการป้องกัน และลดโอกาสเกิดหลุมสิวในอนาคต

หลุมสิวคืออะไร? เกิดได้อย่างไร? มีกี่แบบ? รู้สาเหตุก่อนรักษา

ภาพตัวอย่างหลุมสิวบนใบหน้า

หลุมสิว คืออะไร?

หลุมสิว (Atrophic Scars) คือ รอยแผลเป็นจากการอักเสบของสิวหลังจากสิวหาย เกิดขึ้นจากสิวอักเสบที่ลงลึกถึงผิวชั้นใน จนแผลไม่สามารถสมานได้เต็มที่ เนื่องจากเกิดพังผืดที่ดึงรั้งทำให้ผิวหนังยุบลงไปตามกระบวนการรักษาแผลของร่างกาย ทำให้เห็นเป็นรอยบุ๋มลงไป ผิวดูไม่เรียบเนียนเสมอกัน และเป็นหลุมลึกบนใบหน้า

หลุมสิวเกิดจากอะไร?

หลุมสิว คือผลกระทบที่เกิดจากปัญหาสิวที่มีการอักเสบ รวมถึงสิวอุดตัน โดยปกติหลังจากสิวหายแล้วจะมีกระบวนการซ่อมแซมผิวหนังตามธรรมชาติ โดยไม่ทำให้เกิดรอยแผลเป็นประมาณ 7-10 วัน ร่างกายจะมีการสร้างเซลล์ผิวหนังและคอลลาเจนล้อมรอบบริเวณที่มีการอักเสบ ซึ่งถ้ากระบวนการนี้เกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์ ก็จะไม่มีรอยแผลเป็นจากการเกิดสิว

แต่ถ้าหากกระบวนการซ่อมแซมนี้เกิดขึ้นได้ไม่สมบูรณ์จากการอักเสบอย่างรุนแรง หรือได้รับผลกระทบจากภายนอก เช่น บีบ กด แกะสิว จนผิวเกิดการอักเสบ ก็อาจทำให้ผิวยุบลง สร้างคอลลาเจนใหม่ได้ไม่เพียงพอต่อคอลลาเจนที่ถูกทำลายไป เซลล์เนื้อเยื่อเกิดการหดรัดตัว จนส่งผลให้เกิดรอยสิว รอยแผลเป็น และหลุมจากสิวได้

สิวประเภทไหนที่มักจะทำให้เกิดหลุมสิว

  • สิวอักเสบหัวหนอง (Nodule & Cyst) สิวหัวช้าง หรือสิวอักเสบขนาดใหญ่ เป็นตุ่มบวม เป็นไต มีหนองปนเลือดอยู่ภายในหัวสิว ที่เกิดจากการอักเสบในต่อมไขมันใต้ผิวหนัง มีอาการเจ็บ หรือปวดร่วมด้วย การรักษาใช้เวลานานและหายยาก
  • สิวอักเสบ (Pustule) หรือสิวหัวหนองขนาดเล็ก อักเสบเรื้อรัง มีหัวสิวเป็นหนองสีขาว หรือสีเหลือง เกิดจากการรวมตัวของสิวหัวขาว และอาการแดงบริเวณรอบ ๆ หัวสิว

การเป็นสิวสามารถเกิดรอยแผลเป็นได้ถึง 95% ของผู้ที่เป็นสิว แต่รอยแผลเป็นจากสิวที่รุนแรง หรือมีหลุมสิว พบได้ประมาณ 22% ซึ่งเกิดจากปฏิกิริยาการอักเสบรุนแรงที่เกิดขึ้นในชั้นหนังแท้ มีการตอบสนองกับเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า P.acnes ทำให้เกิดรอยแผลเป็นหลุมสิวแบบถาวร เพราะมีการทำร้ายผิวโดยทำให้คอลลาเจนและเนื้อเยื่อรอบ ๆ ถูกทำลายลงด้วย โดยเฉพาะสิวหัวช้าง หรือสิวอักเสบขนาดใหญ่ ที่มักจะทิ้งรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ ลงลึกถึงชั้นผิวหนังชั้นใน ทำให้เกิดเป็นหลุมลึกและพังผืดตามมา

สิวอักเสบบนใบหน้าอาจก่อให้เกิดหลุมสิว
สิวอักเสบบนใบหน้าอาจก่อให้เกิดหลุมสิว

สิวอักเสบบนใบหน้า อาจก่อให้เกิดหลุมสิว

หลุมสิว มีลักษณะอย่างไร?

มีลักษณะเป็นหลุมเล็ก ๆ บนผิว ทำให้ผิวขรุขระ เป็นรอยบุ๋มลงไป เมื่อเทียบกับผิวหนังข้างเคียง มักจะมองเห็นเป็นหลุมลึกแบบเห็นได้ชัดเจน บางคนอาจจะกระจายทั่วใบหน้า หรือบางคนอาจมีเป็นจุด ๆ เป็นหลุมแผลเป็น ทำให้ใบหน้าโดยรวมดูไม่เรียบเนียน ซึ่งเป็นปัญหาที่รักษายากกว่าการรักษาสิว

หลุมสิวมีกี่ประเภท?

สำหรับประเภทของหลุมสิวที่สามารถเกิดขึ้นได้บนผิวหน้าของเรานั้น สามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ๆ ดังนี้

1. หลุมแบบจิกลึก (Ice Pick Scars)

หลุมสิวประเภทนี้ มีลักษณะเป็นหลุมปากแคบ เล็ก แต่ลึก มักมีขนาดไม่เกิน 2 มม. ถือเป็นหลุมสิวที่อยู่ในระดับความรุนแรงที่สุดและรักษาได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากมีการทำลายลึกลงไปถึงชั้นผิวหนังแท้ และทำให้คอลลาเจนหายไปด้วย

2. หลุมสิวแบบกล่อง (Boxcar Scar)

หลุมสิวประเภทนี้ มีลักษณะเป็นหลุมคล้ายกล่อง ขอบชัด ปากหลุมกว้าง ลึกประมาณ 3-5 มิลลิเมตร และมีขนาดใหญ่กว่าหลุมสิวประเภท Ice Pick Scar อยู่ในระดับความรุนแรงปานกลาง และมักพบพังผืด (Fibrosis) เกาะติดในชั้นหนังแท้ หลุมสิว Box Scar จึงมีทั้งแบบลึกและตื้น

3. หลุมสิวแอ่งกะทะ (Rolling Scar)

หลุมสิวประเภทนี้ มีลักษณะเป็นแอ่งเว้าลงไปไม่ลึก ขอบหลุมไม่ชัด มีลักษณะเป็นคลื่น ๆ ซึ่งเกิดจากเนื้อเยื่อพังผืดดึงรั้งชั้นตั้งแต่หนังแท้ถึงเนื้อใต้ผิวหนังลงไป ถือเป็นหลุมสิวแค่ช่วงผิวส่วนบนเพียงเล็กน้อย มีความรุนแรงน้อยสุดเมื่อเทียบกับหลุมสิวอื่น ๆ

3. หลุมสิวแอ่งกะทะ (Rolling Scar)

หลุมสิวชนิด Icepick, Rolling และ ฺBoxcar

สำหรับวิธีการป้องกันไม่ให้เกิดหลุมสิว ควรเริ่มตั้งแต่การป้องกันไม่ให้เกิดสิว และรับรักษาอย่างถูกวิธีเมื่อเป็นสิว เพื่อลดการอักเสบเรื้อรัง เพราะยิ่งสิวอักเสบเม็ดใหญ่ เป็นนาน ก็ยิ่งมีโอกาสที่จะทิ้งหลุมสิวมากขึ้น ส่วนในเคสที่เกิดเป็นปัญหาหลุมสิวแล้ว แนะนำพบแพทย์เพื่อตรวจประเมิน และวางแผนการรักษาที่เหมาะสม เนื่องจากหลุมสิวแต่ละประเภทมีระดับความรุนแรงต่างกัน วิธีการรักษาหลุมสิวจึงมีหลายวิธี หรืออาจจะต้องทำร่วมกันเพื่อเสริมประสิทธิภาพการรักษาให้ดีขึ้น

การรักษาหลุมสิว

การรักษาหลุมสิวสามารถทำได้หลากหลายวิธี โดยวิธีที่ค่อนข้างนิยมและเป็นที่แพร่หลายจะเป็นการรักษาด้วย Microneedling, การตัดพังผืดหลุมสิว Subcisions, การรักษาด้วยคลื่นวิทยุแบบเข็ม RF Microneedling และการรักษาด้วยการแต้มกรด TCA Peel

การรักษาหลุมสิวด้วยวิธีตัดพังผืด Subcision
การรักษาหลุมสิวด้วยวิธีตัดพังผืด Subcision

การรักษาหลุมสิวด้วยวิธีตัดพังผืด Subcision

ดูแลผิวหลังการรักษาหลุมสิวอย่างไร?

  • หลีกเลี่ยงแสงแดดและทาครีมกันแดด SPF50+ ทุกวัน
  • หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าจัดหรือใช้สกินแคร์ที่ก่อการระคายเคือง
  • รักษาความชุ่มชื้นของผิวอย่างสม่ำเสมอ
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
  • งดการบีบ แกะ เกาสิว หรือผิวหนังระหว่างฟื้นตัว

เทคนิคป้องกันไม่ให้เกิดหลุมสิวใหม่

  • รักษาสิวตั้งแต่ระยะแรก อย่าปล่อยให้เกิดการอักเสบรุนแรง
  • ไม่บีบหรือกดสิวเอง
  • ปรึกษาแพทย์หากสิวเริ่มมีการอักเสบ
  • ใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่เหมาะกับสภาพผิว
  • หมั่นทำความสะอาดใบหน้าอย่างอ่อนโยน

สรุป

หลุมสิวแม้จะเป็นปัญหาผิวที่แก้ไขได้ยาก แต่ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ในปัจจุบัน การฟื้นฟูผิวให้กลับมาเรียบเนียนนั้นไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้อีกต่อไป การเลือกวิธีรักษาให้เหมาะสมกับประเภทของหลุมสิว และการดูแลผิวหลังการรักษาอย่างถูกต้อง จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด นอกจากนี้การป้องกันการเกิดสิวใหม่อย่างสม่ำเสมอก็เป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยลดโอกาสการเกิดหลุมสิวในอนาคต

การรักษาหลุมสิวต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล?

ขึ้นอยู่กับประเภทของหลุมสิวและเทคนิคในการรักษา โดยทั่วไปต้องทำอย่างน้อย 3-5 ครั้งจึงจะเห็นผลชัดเจน

หลังทำเลเซอร์หลุมสิว สามารถแต่งหน้าได้ไหม?

ควรรอให้ผิวฟื้นตัวอย่างน้อย 1-2 วันก่อนจึงค่อยแต่งหน้า

หลุมสิวรักษาให้หาย 100% ได้ไหม?

หลุมสิวสามารถฟื้นฟูให้ดูดีขึ้นได้อย่างมาก แต่การหายแบบเรียบเนียน 100% อาจไม่สามารถทำได้ ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการตอบสนองของแต่ละคน

สนใจปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับเรื่องนี้?

ทีมแพทย์ Skinity ยินดีประเมินและออกแบบการรักษาเฉพาะคุณ

ปรึกษา / นัดหมาย

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด